รักเมืองไทย

15 March 2010  baanpud, 7 Comments
รักเมืองไทย

“แล้วก็แพ้ที่สุดก็คือ…ประเทศชาติ”
พระราชดำรัสใน ‘พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

ให้กำลังใจ…นายกอภิสิทธิ์…นำชาติฝ่าวิกฤตด้วยความอดทน

มีประโยชน์อะไร ที่ออกมาทำลายบ้านเมืองตัวเอง
…เพื่อคนๆคนเดียว ที่ใช้ชีวิตสุขสบายที่เมืองนอก
เขาโกงกินชาติ…เขาขนลูกเมียญาติพี่น้อง ออกไปนอกประเทศจนหมด
…อย่าเห็นแก่เศษเงิน ออกมาทำลายบ้านเมืองตัวเอง…คุ้มกันหรือเปล่า
เรายังต้องอยู่บนผืนแผ่นดินนี้…ที่บรรพบุรุษแลกมาด้วยเลือดเนื้อให้พวกเรา

คนที่เลวที่สุดคือทักษิณ…และแกนนำ
ชาวบ้านถูกมอมเมาด้วยความไม่รู้…บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำตัวเองมาทำไม
พวกเขาหลงผิดด้วยข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง…มีคนยื่นเงินให้
ได้มาเที่ยว นั่งรถฟรี กินฟรี จนลืมความเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติ
มาทำไม อำมาตย์คืออะไร ประชาธิปไตยคืออะไร รัฐธรรมนูญคืออะไร

“ป้ามาทำอะไร ไม่เหนื่อยเหรอ ร้อนก็ร้อน อายุก็เยอะแล้ว
ป้า : มาทวงแผ่นดินคืนให้ทัิกษิณ ท่านให้เงินมาคนละตั้ง500/วัน”

ทักษิณเขาเป็นเจ้าของแผ่นดินไทย ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอป้า
ป้าไม่รักในหลวงเหรอ ออกมาแบบนี้กัน ท่านอยากให้บ้านเมืองสงบ

ป้า : คนพามา เขาบอกพวกป้าแบบนี้ ในหลวงป้าก็รัก… แต่ป้าอยากไ้ด้เงิน 500
จบข่าว…..สิ่งสำคัญที่สุดในบ้านเราคือข่าวสารที่ถูกต้อง…และจิตสำนึกของคน

———————————————————–
คำสาปแช่งของกรมหลวงชุมพรอุดมศักดิ์

“กูกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์”ผู้เป็น โอรสของพระปิยะมหาราช
ขอประกาศให้พวกมึงรับรู้ไว้ว่าแผ่นดินสยามนี้ บรรพบุรุษได้เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ไอ้อีมันผู้ใด คิดบังอาจทำลายแผ่นดิน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ฤๅ กระทำการทุจริตก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อส่วนรวมจงหยุดการกระทำนั้นเสียโดยเร็ว
ก่อนที่กูจะสั่งทหารผลาญสิ้นทั้งโคตรให้หมดเสนียดของแผ่นดินสยามอันเป็น ที่รักของกูตราบใดที่คำว่า “อาภากร” ยังยืนหยัดอยู่ในโลก

กูจะรักษาผืนแผ่นดินสยามของกูลูกหลานทั้งหลาย แผ่นดินใดให้เรากำเนิดมาแผ่นดินใดให้ที่ซุกหัวนอน ให้ความร่มเย็นเป็นสุขมิให้อนาทรร้อนใจ จงซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินนั้น.

กรมหลวงชุมพรอุดมศักดิ์ ได้รับการยกย่องว่า “บิดาแห่งกองทัพเรือ” ทรงเป็นพระราชโอรส องค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าจอมโหมด โดยทรงประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2423
พ.ศ. 2462 ทรงเป็นผู้บังคับเรือหลวงพระร่วง โดยนำเรือจากประเทศอังกฤษ เข้ามายังเมืองหลวงของประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่นายทหารไทย ได้ทำการเดินเรือข้ามทวีป และยังทรงเป็นผู้นำร่อง ให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้เห็นความสำคัญของการเดินเรือ จึงทรงพระราชทานพระราชวังเดิม เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ เป็นการเริ่มต้นกิจการทหารเรือ ที่มีรากฐานมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากพระองค์ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ ทางทะเลแล้ว ยังทรงมีความรู้ ทางด้านการแพทย์ โดยพระองค์ได้ศึกษาอย่างจริงจัง ซึ่งหลังจากทรงลาออกจาราชการแล้ว ได้เสด็จรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ให้กับประชาชนทั่วไป ไม่เลือกว่าเป็นชนชาติใด โดยเฉพาะชาวจีนย่านสำเพ็งต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้เรียกพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย” ส่วนชาวไทยจะเรียกพระองค์ว่า “หมอพร”

ขอสดุดีวีรกรรมของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ที่ช่วยรักษาปกป้องบ้านเมืองจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ขอให้ท่านหลับให้สบาย

จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ ผกก.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2553 จนทำให้ พ.ต.อ. สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา บาดเจ็บสาหัส และทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมทั้งมีตำรวจได้บาดเจ็บอีก 4 นาย โดยเบื้องต้นเชื่อว่า เป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง


พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา เป็นชาว สงขลา ได้รับฉายาหลายชื่อ เช่น “จ่าเพียร นักสู้แห่งเทือกเขาบูโด”  “จ่าเพียรมือปราบ” และ “จ่าเพียรขาเหล็ก” ซึ่งหมายถึง การที่ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ยึดการลาดตระเวนด้วยเท้าเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ จนปัจจุบันแม้จะมียศเป็น พ.ต.อ.แต่ชาวบ้านก็ยังเรียก “จ่าเพียร” รับราชการตำรวจมาร่วม 40 ปี และใช้ชีวิตอยู่ใน สภ.บันนังสตา.

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

หมวดตี้ ผู้กองแคน …ความดีที่คนยังจดจำ


ร.ต.ต.กฤตติกุล บุญลือ ( หมวดตี้ )
ชาตะ 20 มิถุนายน 2527
มรณะ 20 มิถุนายน 2551

เหตุเกิด เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เมื่อจบการศึกษาจาก รร.นายร้อยตำรวจ ร.ต.ต.กฤตติกุลฯได้สมัครใจเข้ารับตำแหน่ง ผบ.มว.(สบ1)ร้อย รพศ.2 กก.1 บก.สอ.บช.ตชด. และเมื่อมีการสับเปลี่ยนกำลังพล ได้สมัครใจลงไปปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันที่ (20 มิ.ย.) เมื่อเเวลา 09.00 น. ศูนย์วิทยุ สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่ม ชุดรบพิเศษ 1 ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ว่า ถูกกลุ่มคนร้ายซุ่มโจมตี และมีการยิงปะทะกันที่บนถนนสายบ้านสันติ 1 – เขื่อนบางลาง ระหว่างหมู่ 1 และ หมู่ 2 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายนาย จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดไปสนับสนุนกำลังที่จุดเกิดเหตุทันที พร้อมประสานเฮลิคอปเตอร์ จากศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา เข้าสนับสนุนเพื่อลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะ ทำให้การเข้าที่เกิดเหตุเป็นได้ด้วยความระมัดระวัง จากนั้นเมื่อเข้าถึงจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยลำเลียงผู้ได้รับบาด เจ็บออกจากจุดเกิดเหตุ แล้วนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ส่งมายังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา รวม 4 นาย ทราบชื่อคือ ส.ต.ต.คมกิจ ทองยา จ.ส.ต.อนุสรณ์ บุตรพรหม จ.ส.ต.ประสาท โคตรแก้ว และ ส.ต.ต.เริงศักดิ์ แก้วเสน่ห์ใน ทั้งหมดถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขา ในที่เกิดเหตุยังพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย คือ ร.ต.ต.กฤกติกุล บุญลือ เป็นหัวหน้าชุด ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนสงครามจำนวนมาก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ ร.ต.ต.กฤกติกุล บุญลือ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่ม ชุดรบพิเศษ 1 ลาดตระเวนด้วยรถยนต์กระบะ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในเส้นทาง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ คนร้ายคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 7 คน ซุ่มอยู่บนเนินสูงข้างถนน ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงใส่ทันที จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นนานกว่า 10 นาที คนร้ายจึงล่าถอยไป เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่มได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ดังกล่าว

ผู้กองแคน ร.ต.อ. ธรณิศ ศรีสุข
…ถ้าทุกคนเอาแต่คิดถึงความสุขสบายโดยไม่เสียสละตนเองแล้ว
ประเทศชาติจะมีใครที่ไหนคอยปกป้อง…

ร้อยตำรวจเอกธรณิศ หรือผู้กองแคน เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2520 ที่จังหวัดขอนแก่น
เป็นบุตรชายของรองศาสตรจารย์ด็อกเตอร์เกรียงศักดิ์ ศรีสุข อดีตคณบดีคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยน้ำบาดาล ภาควิชาเทคโนโลยีธรณี
ส่วนมารดา คือ รองศาสตราจารย์ทันตแพทย์หญิงนิธิภาวี อดีตคณบดีคณะทันตแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

โดยสอบเข้า รร.เตรียมทหารเหล่าตำรวจได้เป็นอันดับ 1 ของรุ่น
เคยได้เหรียญทองการทดสอบยิงปืนของ สตช. ระหว่างศึกษาได้ทุนไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น

เป็นที่รู้จักของรุ่นน้อง ๆ และรุ่นพี่ ๆ ในฐานะนักเรียนนายร้อยตำรวจที่เรียนเก่ง มีอุดมการณ์ และได้คะแนนสอบตอนเรียนจบในลำดับต้น ๆ ซึ่งมีสิทธิที่จะเลือกรับราชการที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงพักในท้องที่ “เกรด A’ การเป็น “นายเวร’ หรือนายตำรวจติดตามผู้บังคับบัญชาระดับสูง หรือแม้กระทั่งการลาไปศึกษาต่อต่างประเทศ


แต่สิ่งที่เลือกกลับกลายเป็นการหันหลังให้สิ่งเหล่านั้น อย่างคนมีอุดมการณ์ แรงกล้า เขาเลือกที่จะละทิ้งชีวิตแสงสีความศิวิไลซ์  ทั้งที่สามารถกระทำได้แล้วมุ่งหน้าไปสู่การใช้ชีวิตกลางป่า ของลำเนาไพรในฐานะ “ตำรวจตระเวนชายแดน’ ด้วยความคิดที่ว่า ผมสงสารชาวบ้านที่นั่นและผมรักประเทศไทย อยากให้บ้านเราสงบ

ผู้กองแคน ที่2 จากขวา ขณะกำลังลาดตะเวณ

ที่ จ.ยะลา เวลา 08.40 น. 29 ก.ย. 2550 พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.อ.บันนังสตา รับแจ้ง มีเหตุ จนท.ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
ที่บริเวณเนินเนาวรัตน์หรือเนิน 9 ศพ ระหว่างบ้านสายสุราษฎร์-บ้านภักดี หมู่ที่ 3 ต.เขื่อนบางลาง หลังได้รับแจ้ง รีบนำกำลังเข้าไปยังที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่าเขาสูงลาดชัน จนท. เข้าไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เวลากว่า 30 นาที ถึงที่เกิดเหตุพบกำลัง ตชด. หน่วยรบพิเศษอยู่ในสภาพการเตรียมพร้อม และพบศพ ร.ต.อ.ธรณิศ ศรีสุข อายุ 30 ปี รอง ผบ.ร้อย รบพิเศษ 1 (รพศ.1) กก.1 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ (ตชด.) ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี สภาพศพนอนเสียชีวิตในชุดลายพรางของพลร่ม มีแผลถูกยิงที่ใบหน้าและลำตัว ต้องประสานขอสนับสนุน ฮ.ตำรวจ จาก ศปก.ตร. เพื่อรับศพกลับมายัง จ.ยะลา แต่การเข้าไปรับต้องใช้เวลานานประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากอากาศปิด ในที่สุดเฮลิคอปเตอร์แบบเบลล์ หมาย เลข 1726 ของกองบินตำรวจ ประจำ ศปก.ตร. สน.ยะลา สามารถนำศพกลับมายัง จ.ยะลา และส่งไปตรวจชันสูตร ที่ รพ.ศูนย์ยะลา ในเวลา 10.30 น.

จากการสอบสวนทราบว่า หน่วยรบพิเศษ 1 ตั้งฐานปฏิบัติการที่บ้านสายสุราษฎร์ ขณะเกิดเหตุ ผู้ตายเป็น หน.ชุด นำกำลัง 12 นายออกลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยตามปกติ เมื่อลาดตระเวนมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายไม่น้อยกว่า 20 คน ซุ่มอยู่บนเนินสูงใช้อาวุธสงคราม
ทั้ง อาก้า เอ็ม 16 และลูกซอง กราดยิงเจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันดุเดือดกว่า 20 นาที คนร้ายได้อาศัยความชำนาญพื้นที่และป่าทึบ หลบหนีไป
หลังเสียงปืนสงบ ตรวจเคลียร์พื้นที่ พบฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายได้เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด เมื่อสบโอกาสจึงลงมือปฏิบัติการ และมุ่งเป้าสังหารที่ หน.ชุด ดังกล่าว

จากพ่อ…ถึงลูก
รศ.ดร. เกรียงศักดิ์ เล่าว่า

“แคนเป็นคนเสียสละ นึกถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัวรักลูกน้องและเพื่อนร่วมงานมาก เขาเคยมาขอยืมเงินพ่อก้อนหนึ่งเพื่อนำไปเป็นกองกลางไว้ใช้จ่ายใน ทีมของเขา แคนบอกว่าลูกน้องของเขาเงินเดือนน้อยและมีครอบครัวต้องดูแล บางครั้งการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงหรือเงินสวัสดิการต่าง ๆ อาจจะล่าช้าตามขั้นตอนของทางราชการ แคนก็จะให้ลูกทีมใช้เงินกองกลางส่วน นี้สำรองไปก่อน

“หรือแม้แต่รถยนต์ที่พ่อซื้อให้ แคนก็นำไปใช้ที่ภาคใต้เพื่อให้เป็น รถใช้สอยสำหรับการปฏิบัติงานของหน่วยโดยไม่ถือว่าเป็นของส่วนตัว แคนเคยมาขอเงินพ่อบอกว่าจะนำไปให้รุ่นพี่กับเพื่อนร่วมงานยืมซื้อปืนพก เป็นอาวุธส่วนตัวเพิ่มเติมไว้ปฏิบัติงาน พ่อก็ให้ไป

แคน ทำทุกอย่างเพื่อคนอื่นมาโดยตลอดและมีความสุขที่จะทำเช่นนั้นเสมอมา สิ่งเดียวที่แคนไม่เคยทำก็คือการบอกกล่าวให้คนอื่นรู้ว่า แคนมาจากครอบครัวที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ในทุก ๆ ด้าน’

ขอความสุขสงบกลับคืนสู่ประเทศไทย…จะสีไหนๆ…ก็เลือดไทยด้วยกันทั้งนั้น
ขณะที่คนกลุ่มหนึ่งพยายามรักษาแผ่นดิน….เราออกมาทำลายแผ่นดินตัวเองทำไม!!!

ใครทำแผ่นดินแตก ใครแยกแผ่นดิน
มันไม่มีแผ่นดินจะอยู่ซักราย



7 Responses

  1. baanpud 1 May 2010 8:25 am #

    ความดีไม่มีวันตายไปจากหัวใจคน…จะถูกกล่าวขานต่อไปเรื่อยๆ
    คนเราเลือกเกิดไม่ได้….แต่เลือกการกระทำได้

  2. make7ove 10 May 2010 7:32 pm #

    ปกป้องให้ความรักยังคงเกิดในทุกหมู่เหล่า หาใช่ ปลุกเร้าเพื่อความแค้น

    สังคมเล็กๆที่สงบสุขไม่หวั่นไหวตามกระแส เป็นจุดเริ่มของความสงบที่ใหญ่ขึ้นและมั่นคง

    พ่อทรงตักเตือนเราด้วยความรัก ไม่ใช่เพื่อให้เราเกลียดกัน เพราะทุกคนก็เป็นคนไทยเหมือนกันไม่ว่าจะดีหรือเลว

  3. baanpud 11 May 2010 5:19 pm #

    เห็นด้วยที่สุดค่ะ….ในหลวงอยากจะเห็นคนไทยกลับมารักกัน…นั่นคือความสุขที่สุดของในหลวง….พ่อของแผ่นดิน

  4. make7ove 12 May 2010 1:14 am #

    ผู้หญิงที่มีความรัก ดูน่ารักที่สุดเลย รู้อะเปล่า ^_^ อิอิ

  5. baanpud 12 May 2010 5:18 pm #

    ขอบคุณใครบางคนน๊า….ที่ทำให้หาความสุขตัวเองเจอ
    ถ้าเจอฝากบอกด้วยนะ….อย่านอนดึกมาก อย่าทำงานเยอะเกินไป….มีคนเป็นห่วง

  6. ddk 28 May 2010 4:30 pm #

    ที่สุดของใจค่ะ…ขอบคุณที่มีคนแบบนี้บนโลก

  7. marn_ya 20 June 2010 8:59 am #

    พี่พุดคะ…หลังจากที่หายไปนาน กลับมาบ้านที่อบอุ่นหลังนี้อีกครั้ง ก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณพี่สาวที่คอยให้กำลังใจตลอดมา ขอบคุณ
    ในความห่วงใย ค่ะ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ อ้อยเป็นกำลังใจ ให้พี่สาวที่น่ารัก
    นะคะ …ของบางอย่าง ..เติม ยังไงก็ไม่เต็ม แต่ สำหรับ น้องคนนี้ มีกำลังใจให้พี่สาว เต็มเปี่ยมนะคะ ^_^ …..(มาวันแรก ก็เจอ ใครคนหนึ่งคะ
    พี่พุด อัธยาศัยดี นะคะ แต่ทะลึ่งนิดๆค่ะ เค้าคงรู้ค่ะ ว่าหมายถึงใคร แต่คงไม่ทะลึ่งเท่าอ้อยอะคะ ^_^)